Archive for the 'ข่าวสาร' Category

imgr_1259224801-300x300.jpgแม่ค้า ตลาดอ่างทองต่างร่ำไห้เสียดาย พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ที่มาลาไปรับตำแหน่ง รองผบช.ภ.9 ขณะที่ผู้การวิสุทธิ์ลั่นถ้าได้กลับมาอีกจะมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ บริเวณตลาดสดอ่างทอง พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ได้เดินอำลาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดอ่างทอง หลังจากได้รับคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผบช.ภ.9 โดยพล.ต.ต.วิสุทธิ์ ได้กล่าวกับพ่อค้าแม่ค้าว่า ขอขอบใจและขอบคุณที่ได้อยู่ร่วมกันมาและการไปครั้งนี้ไปรับตำแหน่งที่สูง ขึ้นแต่ก็ไม่ลืมคนอ่างทอง อยู่อ่างทองมา 14 เดือน มีความผูกพันกับประชาชนทุกคน และถ้าได้กลับมาอีกจะกลับมาเป็น ผบช.ภ.1 ให้ได้เพื่อ เพื่อมาดูแลคนอ่างทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ เดินยกมือไหว้กับพ่อค้าแม่ค้าอยู่นั้น บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างมาสวมกอดและมอบช่อดอกไม้ให้ บางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความเสียดายที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ต้องจากไป

ด้าน นางมะลิ แม่ค้าขายกับข้าวในตลาดอ่างทอง กล่าวว่า แม่ค้าทุกคนชื่นชอบในการทำงานของพล.ต.ต.วิสุทธิ์ เพราะผู้การคนนี้ต่างทำงานเพื่อประชาชนไม่ว่าจะเป็นการปราบปรามยาเสพติด การพนัน โดยเฉพาะเงินกู้นอกระบบ และเสียใจที่ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ ต้องจากไป ไม่รู้ว่าผู้การคนใหม่จะทำงานอย่างจริงจังเหมือน พล.ต.ต.วิสุทธิ์ หรือเปล่า

http://www.krobkruakao.com/kkn/?a=news&s=detail&news_id=12230

ราเกซ สักเสนา (อังกฤษ: Rakesh Saxena) (13 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 – ) เป็นนักการเงินการธนาคาร ชาวอินเดีย อดีตที่ปรึกษานายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (บีบีซี)

นายราเกซ สักเสนา

นายราเกซ เกิดที่เมืองอินดอร์ รัฐมัธยประเทศ จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวรรณกรรม มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์[1] เดินทางเข้ามาในประเทศไทยหลังปี พ.ศ. 2520 ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการเงินและการลงทุน และที่ปรึกษาของหลายบริษัท [2] ได้เป็นที่ปรึกษาของธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ ตั้งแต่ พ.ศ. 2535 และถูกดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์เป็นเงิน 75 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อ พ.ศ. 2539 หลังการล้มละลายของธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ ในปี พ.ศ. 2538 และออกหมายจับ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2539

นายราเกซ เดินทางหลบหนีออกจากประเทศไทย ไปอาศัยอยู่ที่เมืองวิสต์เลอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา และถูกจับกุมโดยกองตำรวจม้าหลวงแห่งแคนาดา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 ทางการไทยได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่แคนาดา เพื่อนำตัวนายราเกซเป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย แต่นายราเกซได้ให้ทนายความยื่นคัดค้าน โดยอ้างว่าถ้าถูกส่งกลับประเทศไทยอาจถูกสังหารหรือถูกขังในคุกอย่างโหดร้าย ทารุณ

ศาลฎีกาแคนาดามีคำพิพากษาเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ให้ส่งตัวนายราเกซ สักเสนา กลับดำเนินคดีในประเทศไทย [3]

แหล่งที่มาข้อมูล http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%8B_%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2

เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารที่ทันสมัยเหมาะสมกับการนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดองค์ความรู้ ให้เกิดประโยชน์

สัมมนาครั้งที่ 1:

หัวข้อสัมมนา : การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมท้องถิ่นด้วย ICT

วัตถุประสงค์
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยเหมาะสมกับการ นำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์

กลุ่มเป้าหมาย
1 ประชาชน
2 ข้าราชการ
3 นักธุรกิจด้านการโรงแรม ร้านอาหาร การท่องเที่ยว
4 นักศึกษา ที่อยู่ในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เช่น ระยอง จันทบุรี ตราด

รายละเอียด

การเสวนาบนเวที
ช่วงที่ 1 (ภาคเช้า) หัวข้อการเสวนา “การบริหารจัดการและเผยแพร่ข้อมูลอุตสาหกรรมท้องถิ่นด้วย ICT
1การส่งเสริมอุตสาหกรรมท้องถิ่น
2 การนำระบบแผนที่ Point Thailand มาใช้ในการเผยแพร่ข้อมูล “e – Marketing”

ผู้ร่วมเสวนา:
1 ผู้แทนจากอุตสาหกรรมท้องถิ่น
2 ผู้เชี่ยวชาญระบบแผนที่ดาวเทียม PointAsia.com

ช่วงที่ 2 (ภาคเช้า) หัวข้อการเสวนา “ส่งเสริมการตลาดด้วย e-Marketing”
1 เทคนิคการนำเสนอข้อมูลผ่านเว็บไซต์ (การสร้างเว็บไซต์ที่ดี)
2 เทคนิคการทำการตลาดด้วย Search Engine (Google)

ผู้ร่วมเสวนา:
1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์
2ผู้เชี่ยวชาญด้าน e-Marketing

ช่วงที่ 3 (ภาคบ่าย) หัวข้อการเสวนา “CRM: ICT กับความสำเร็จของอุตสาหกรรมท้องถิ่น”
1 เทคนิคการครองใจลูกค้าด้วย CRM
2 เทคโนโลยีสมัยใหม่จะช่วยให้ CRM ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

ผู้ร่วมเสวนา:
1 ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ จากอุตสาหกรรมท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ
2 ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ CRM จากภาคเอกชน

การจัดนิทรรศการ
การจัดนิทรรศการ ให้ความรู้ด้าน ICT ที่ทันสมัย จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเน้นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และกิจกรรม ส่งเสริมความรู้ด้าน ICT เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม และได้สัมผัสและเรียนรู้โดยตรงจากกิจกรรมต่างๆ

เวลาและสถานที่: วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2552 ณ โรงแรมชลจันทร์ จังหวัดชลบุรี

ผลการศึกษาวิจัยล่าสุดระบุว่า ในแต่ละปีจะมีการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าอันเนื่องจาก”สแปม” มากถึง 33 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าตามบ้านมากกว่า 2.4 ล้านครัวเรือน โดยปริมาณของพลังงานไฟฟ้าดังกล่าวถูกใช้ในการส่งอีเมล์สแปมไปทั่วโลกประมาณ 6.2 ล้านล้านฉบับนั่นเอง

และผลจากการวัดปริมาณคาร์บอนไดอ็อก ไซด์(หนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อน)อันเนื่องจากกิจกรรมการใช้ชีวิต ประจำวันของมนุษย์ หรือที่เรียกว่า Carbon Footprint ซึ่งมีสาเหตุจากการส่งสแปมหลายล้านฉบับดังกล่าวนั้น ก็ปรากฎว่า มันทำให้เกิดการปล่อยก๊าซ CO2 ออกมาบนโลกมากกว่า 17 ล้านตันเลยทีเดียว โดยพลังงานไฟฟ้าที่สูญเสียไปกับการค้นหาอีเมล์ต้องการอ่านและลบสแปมคิดเป็น 80% ของพลังงานทั้งหมดที่ต้องเสียไป ทั้งนี้เป็นผลจากการเปิดเผยในรายงานวิจัยที่จัดทำโดย ICF International บริษัทที่ปรึกษาทางด้านลักษณะภูมิอากาศ ร่วมกับ McAfee บริษัทผู้พัฒนาโปรแกรมแอนตีไวรัส

spam_carbon_footprint_2.jpg

เปอร์เซ็นของคาร์บอนไดอ็อกไซด์ที่ปล่อยออกจากกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ SPAM

ใน รายงานผลวิจัยยังระบุอีกว่า ผู้ใช้ในกลุ่มธุรกิจองค์กรจะผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ 131 กิโลกรัมต่อปี โดยในจำนวนนี้ 22% มาจากสแปม ทาง ICF กล่าวว่า การกรองอีเมล์สามารถลดสแปมที่ผู้ใช้ไม่ต้องการได้มากถึง 75% ซึ่งเทียบเท่ากับการเอารถที่กำลังผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากท้องถนน 2.3 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม โดยในขณะที่การกรองสแปมจะช่วยลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าได้ แต่การกำจัดต้นตอ(สแปม)น่าจะให้ผลระยะยาวที่ดีกว่า ในรายงานได้ยกตัวอย่างกรณีบริษัท McColo ที่ให้บริการเว็บโฮสติ้งในสหรัฐฯ แหล่งใหญ่ในการแพร่สแปที่ภายหลังมันถูกตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตโดย ISP 2 ราย ปรากฎว่า ปริมาณสแปมที่ส่งแพร่กระจายทั่วโลกได้ลดลงไปมากถึง 70% เลยทีเดียว ทางด้าน McAfee กล่าวว่า “หากในวันที่ไม่มีสแปม เทียบได้กับเอารถยนต์ออกไปจากท้องถนน 2.2 ล้านคัน ดังนั้นการกำจัดสแปมควรเป็นหนึ่งในแคมเปญจ์ลดปริมาณกาซคาร์บอนตัวการทำโลก ร้อนด้วย”

นอกจากนี้ รายงานอีกชิ้นหนึ่งจาก Symantec บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตเปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา Spam มีการเติบโตสูงถึง 192% โดยเครือข่ายบอต(โปรแกรมหุ่นยนต์ที่กระจายอยู่ในคอมพิวเตอร์บนอินเทอร์เน็ต) เป็นตัวการส่งสแปมกว่า 90% เลยทีเดียว

แหล่งข้อมูล http://www.arip.co.th/news.php?id=408802